ธุรกิจขนาดใหญ่ที่่ประสบความสำเร็จในประเทศไทยล้วนเป็นธุรกิจครอบครัว ตระกูลเจียรวานนท์ (CP) ตระกูลจิราธิวัฒน์ (Central) ตระกูลภิรมย์ภักดี (สิงห์) ตระกูลสิริวัฒนภักดี (ช้าง) ตระกูลอยู่วิทยา (กระทิงแดง) ตระกูลโอสถานนท์ (โอสถสภา)
คนเหล่านี้ล้วนเริ่มต้นจากธุรกิจขนาดเล็กทั้งสิ้น...
ประเด็นน่าสนใจสำหรับ SME ซึ่งกำลังประสบปัญหา !!!!! รุ่นลูกไม่สนใจกิจการพ่อแม่ !!!!!
ซึ่งถือว่าเป็นอันตรายต่อกิจการ และมีผลกระทบต่อครอบครัวอย่างมาก
หรือ !!! พ่อแม่ไม่ได้เตรียมความพร้อมให้ลูกรับกิจการต่อ !!! หากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันกับพ่อแม่ ซึ่งเป็นผู้บริหารกิจการ จะส่งผลกระทบต่อลูก และคนในครอบครัวโดยตรงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้...
อะไรทำให้คนเหล่านี้ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่?
มีเฉพาะลูกหลานตระกูลร่ำรวยเท่านั้นหรือ จึงจะ "ส่งต่อกิจการ" ให้สู่รุ่นหลังได้?
3 เงื่อนไข "เริ่มต้น" สร้างธุรกิจครอบครัวให้แข็งแรง
1. สร้างระบบ "การสื่อสาร" พูดคุยกับสมาชิกในครอบครัว ให้รับรู้เรื่องราวความเป็นมาเป็นไปในธุรกิจ เพื่อให้สมาชิกในครอบครัวเกิดความ "ตระหนัก" (awareness) เห็นความสำคัญของธุรกิจของครอบครัว เกิดแรงบันดาลใจในการทำธุรกิจ โดยการสื่อสารในครอบครัวต่อมีความต่อเนื่อง และเป็นระบบ มีเป้าหมายเพื่่อสร้างความสัมพันธ์อันดีในครอบครัว
2. ยึดมั่นใน "กฎบ้าน" คนไทยส่วนใหญ่ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการ "ปลูกฝัง" ค่านิยมภายในบ้าน เพราะเราใกล้ชิดกันมากจนคิดว่า กฎ ไม่มีความสำคัญ หลายบ้านไร้กฎ ลูกต้องการอะไรพ่อแม่หาให้ โดยลืมคิดว่าทุกการกระทำของพ่อแม่ ส่งผลต่อทัศนคติและค่านิยมส่วนตัวของลูกในอนาคต เมื่อลูกเติบโตสู่วัยทำงาน จะมีทัศนคติต่อการทำงานบวกหรือลบ มักจะสัมพันธ์กับทัศนคติที่ถูกปลูกฝังมาในอดีตโดยพ่อแม่
ประเทศมีรัฐธรรมนูญ เป็นกฎหมาย สังคมมีกติกาด้วยจารีต ธุรกิจมีข้อบังคับบริษัท กฎทั้งหลายล้วนถูกกำหนดขึ้นเพื่อ "ป้องกัน" ความขัดแยังในการอยู่ร่วมกัน บ้านจึงต้องมี กฎ ความสำเร็จของการสร้าง กฎบ้านขึ้นอยู่กับ การรับรู้ร่วมกัน ความสัมพันธ์ในบ้าน และการยอมรับความคิดเห็นกันและกัน หากครอบครัวใหญ่ อาจพัฒนา กฎบ้าน ให้มีรายละเอียดยิ่งขึ้นเป็น "ธรรมนูญครอบครัว"
ธุรกิจครอบครัวที่ประสบความสำเร็จล้วนยึดมั่นใน "ธรรมนูญครอบครัว"
3. โครงสร้าง "การตัดสินใจ" เรื่องสำคัญที่มีผลกระทบต่อธุรกิจครอบครัว ความสัมพันธ์ในครอบครัวล้วนต้องการการตัดสินใจที่ได้รับการยอมรับ กระบวนการตัดสินใจสำคัญอย่างยิ่งต่อทั้งครอบครัวและกิจการ เพราะกระบวนการตัดสินใจนี้เองจะส่งผลต่อจุดเปลี่ยนต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในครอบครัว การตัดสินใจอย่างมีคุณธรรม มีจริยธรรม และยุติธรรม จะส่งผลดีต่อความสัมพันธ์ของสมาชิกในครอบครัว และส่งผลดีต่อกิจการ ครอบครัวจึงควรมีการจัดทำ โครงสร้างการตัดสินใจ ที่ชัดเจนเพื่อสร้างความยั่งยืนแก่ครอบครัวและกิจการ
ทั้ง 3 เงื่อนไขนี้เมื่อนำมาร้อยเรียงจะพบว่า มีความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กันอย่างขาดกันไม่ได้ และมีความต่อเนื่องอย่างเห็นได้ชัดเป็นกระบวนการ เริ่มจาก การสื่อสารในครอบครัว ในกิจการ ที่ต้องเติมองค์ความรู้ให้มีความทัดเทียมแก่สมาชิกในครอบครัว
ซึ่งเมื่อมีความรู้ทัดเทียมกัน แนวคิด ทัศนคติต่าง ๆ จะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน จนสามารถร่วมกันสร้าง กฎบ้าน ให้เป็นเครื่องมือป้องกันความขัดแย้งหรือปัญหาที่เกิดขึ้นจากแนวคิดทัศนคติที่แตกต่างกันนั้นเอง กฎบ้านยังสามารถพัฒนาสู่ความเป็นกติกาและวัฒนธรรมในบ้าน ที่เรียกว่า ธรรมนูญครอบครัว ซึ่งจะส่งผลดีต่อครอบครัวและกิจการ เป็นเสมือนเสาหลักให้ครอบครัว ไม่ว่าจะเปลี่ยนผู้นำครอบครัวกี่รุ่น หากเสาบ้านมีความแข็งแรงและมีความครอบคลุมชีวิตความเป็นอยู่ของสมาชิกในครอบครัว แม้เปลี่ยนผู้นำบ้านก็แข็งแรง กิจการก็ยังก้าวหน้าได้ตลอดเวลา
เงื่อนไขทั้งสองข้างต้นจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลย หากผู้นำของบ้าน ใช้การตัดสินใจแก้ปัญหาเพียงผู้เดียว ดังนั้น กระบวนการตัดสินใจของทั้งครอบครัว และกิจการ ล้วนต้องการความชัดเจน ยุติธรรมและสามารถเชื่อถือได้ การตัดสินใจ จึงจำเป็นต้องทำอย่างเป็นระบบและมีโครงสร้าง การตัดสินใจ ในรูปของกรรมการ หรือองค์คณะ นั่นเอง
ธรรมนูญครอบครัว....สำคัญต่อการส่งต่อธุรกิจสู่ทายาท
ทัศนคติ และค่านิยมในครอบครัว.... เป็นสิ่งที่ผู้นำครอบครัวต้องสร้างเพื่อผลลัพธ์ที่ดีในอนาคต
อ.วีระยุทธ เชื้อไทย
ที่ปรึกษาธุรกิจครอบครัว
FB: veerayuth.kung
Fanpage : www.facebook.com/smemefan
IG : veerayuth99
