![]() |
| อ.วีระยุทธ เชื้อไทย SMEs Start Up Program |
โลกธุรกิจวันนี้ไม่สู้ก็เหมือนสู้ ไม่มีใครปราณีใครในตลาด การแข่งขันรุนแรงเพราะเทคโนโลยีราคาถูกลง ทำให้ทั้ง ผู้ประกอบการ รายใหญ่ SMEs รายเล็ก ต่างก็เข้าถึงเทคโนโลยีอย่างง่ายดาย การแข่งขันจึงรุนแรง ซับซ้อนยิ่งขึ้น รายใหญ่ ที่เปรียบเสมือนยักษ์ต่างก็อาศัยความชำชองชำนาญ กลยุทธ์การตลาด ในรูปแบบที่เหนือกว่า ทั้ง การกระจายสินค้า การสร้างช่องทางการตลาด การแบรนด์ดิ้งตราสินค้า ผสมกับ การส่งเสริมการขาย เต็มรูปแบบ ซึ่งเป็นวิธีการถนัดของ ยักษ์
ถ้าจะล้มยักษ์ เอสเอ็มอี SMEs จึงควรมี กลยุทธ์การตลาด แบบที่ยักษ์ไม่ถนัด หรือยักษ์มีจุดอ่อน เช่น ความเร็วในการส่งของ ความรับผิดชอบต่อสินค้าและบริการ การบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ เป็นสิ่งที่ยักษ์ทำงานไม่ถนัดนัก ภาษาบ้านบ้านเรียกว่า มันย่อย หรือมันเล็กจนถูกยักษ์มองข้าม ถ้าจะเอาชนะยักษ์ให้ทำ 8 กฎต่อไปนี้
8 กฎ เอสเอ็มอี sme เพื่อเอาชนะยักษ์ในตลาด
ถ้าจะล้มยักษ์ เอสเอ็มอี SMEs จึงควรมี กลยุทธ์การตลาด แบบที่ยักษ์ไม่ถนัด หรือยักษ์มีจุดอ่อน เช่น ความเร็วในการส่งของ ความรับผิดชอบต่อสินค้าและบริการ การบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ เป็นสิ่งที่ยักษ์ทำงานไม่ถนัดนัก ภาษาบ้านบ้านเรียกว่า มันย่อย หรือมันเล็กจนถูกยักษ์มองข้าม ถ้าจะเอาชนะยักษ์ให้ทำ 8 กฎต่อไปนี้
8 กฎ เอสเอ็มอี sme เพื่อเอาชนะยักษ์ในตลาด
1. อย่าทำตามยักษ์ หรือทำตามรูปแบบที่ยักษ์ถนัด
การตลาดที่ยักษ์ถนัด เราไม่ควรเข้าไปเล่นในตลาดนั้น เพราะถึงอย่างไรเราก็ไม่มีทุนพอในการต่อกรกับยักษ์ ทำได้อย่างมากก็เก็บเศษเนื้อข้างเขียงที่ยักษ์ไม่สนใจมาหล่อเลี้ยงกิจการ ถ้าเป็นเช่นนั้นให้หลีกเลีี่ยงที่จะใช้กลยุทธ์ตลาดแบบเดียวกับยักษ์ หันมาให้ความสนใจกับกลยุทธ์ของเราที่ใช้จุดแข็งของ เอสเอ็มอี ตัวเล็ก เป็นเครื่องมือในการแข่งขัน เช่น ช่องทางการตลาดแบบ การแสดงสินค้า หรือการตลาดแบบกองโจร ขายในตลาดนัด ยักษ์ไม่ค่อยเล่น เราเล่น การสร้างความสัมพันธ์ลูกค้าโดยตรง เช่นการสื่อสารผ่านออนไลน์พูดคุยสร้างความเป็นเพื่อน การสร้างกิจกรรมทางสังคมกับลูกค้า ซึ่ง SMEs จะทำได้ดีกว่า คล่องตัวกว่า เพราะตัดสินใจได้เร็ว
2. ทำให้พอดี อย่าเยอะเกินไป หรือน้อยเกินไป
ด้วยพละกำลังแบบ เอสเอ็มอี จึงทำให้ sme ไม่สามารถแข่งขันในด้านการผลิตในปริมาณมากได้ ทำให้มีข้อเสียเปรียบด้านต้นทุน จึงควรคำนึงถึงจุดแข็งด้านคุณภาพที่เราสามารถผลิตได้ตรงความต้องการของกลุ่ม ลูกค้า มากกว่า ตัวอย่างเช่น ธุรกิจเครื่องสำอาง ธุรกิจอาหารเสริม ธุรกิจร้านอาหาร ธุรกิจเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ จะเห็นว่าธุรกิจเหล่านี้มีความเฉพาะเจาะจงสูงมาก เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภค แตกต่างกัน การผลิตสินค้าจำนวนมากมักไม่ตอบสนองความต้องการเฉพาะ ทำได้เพียงผิวเผินเท่านั้น แต่การผลิตของ เอสเอ็มอี มีปริมาณน้อยกว่า สามารถผลิตได้ตามความต้องการแบบสั่งตัด สั่งทำได้ จึงเป็นจุดแข็งที่ยักษ์ไม่สามารถเข้ามาบุกตีได้ เพียงแต่อย่าหลงประเด็นไปสู้กับยักษ์ในสิ่งที่ยักษ์ถนัด....
3. มีมุมมองที่ไม่เกินตัว เป็นหัวหมา ดีกว่า เป็นหางสิงห์โต
มุมมองเป็นสิ่งสำคัญ การต่อสู้กับยักษ์ในทาง การตลาด นั้นสำคัญอยู่ที่มุมมอง ยักษ์ใหญ่ในธุรกิจร้านอาหารเป็นตัวอย่างที่ดีในมุมมองที่ไม่เกินตัว.... เราจะพบร้านอาหารดัง ๆ หลายแห่งที่คนต้องเดินทางไปตามหา ไปตามกิน โดยเฉพาะที่เป็นร้านอาหารขนาดเล็ก เป็น เอสเอ็มอี ที่ต่อสู้ในตลาดแบบที่เรียกว่า เป็นเจ้าถิ่นมากมายหลากหลาย เช่น ตลาดกุ้งอยุธยา เวลาคนอยากทานกุ้งเผา ก็จะนึกถึงกุ้งเผาอยุธยา เป็นชื่อแรก ๆ หรือ อาหารทะเลปรีชา บ้านอำเภอ ร้านอาหารทะเลลาแมร์ เขาตะเกียบหัวหิน ร้านอาหารดังประจำเมือง ทุกแห่งล้วนเป็น ที่หนึ่งในพื้นที่ของตัวเอง ซึ่งเป็นมุมมองที่ไม่เกินตัว ไม่ต้องพี่งพาอาศัยรายใหญ่ หรือกลายไปเป็นแค่หางสิงห์โต ที่ต้องรอเวลาให้สิงห์โตพาไปหากิน เช่นเดียวกับร้านอาหารที่อยู่ในห้างฯ
มุมมองเป็นสิ่งสำคัญ การต่อสู้กับยักษ์ในทาง การตลาด นั้นสำคัญอยู่ที่มุมมอง ยักษ์ใหญ่ในธุรกิจร้านอาหารเป็นตัวอย่างที่ดีในมุมมองที่ไม่เกินตัว.... เราจะพบร้านอาหารดัง ๆ หลายแห่งที่คนต้องเดินทางไปตามหา ไปตามกิน โดยเฉพาะที่เป็นร้านอาหารขนาดเล็ก เป็น เอสเอ็มอี ที่ต่อสู้ในตลาดแบบที่เรียกว่า เป็นเจ้าถิ่นมากมายหลากหลาย เช่น ตลาดกุ้งอยุธยา เวลาคนอยากทานกุ้งเผา ก็จะนึกถึงกุ้งเผาอยุธยา เป็นชื่อแรก ๆ หรือ อาหารทะเลปรีชา บ้านอำเภอ ร้านอาหารทะเลลาแมร์ เขาตะเกียบหัวหิน ร้านอาหารดังประจำเมือง ทุกแห่งล้วนเป็น ที่หนึ่งในพื้นที่ของตัวเอง ซึ่งเป็นมุมมองที่ไม่เกินตัว ไม่ต้องพี่งพาอาศัยรายใหญ่ หรือกลายไปเป็นแค่หางสิงห์โต ที่ต้องรอเวลาให้สิงห์โตพาไปหากิน เช่นเดียวกับร้านอาหารที่อยู่ในห้างฯ
4. ใช้ทักษะเอสเอ็มอี ที่มาจากแรงบันดาลใจ
SMEs คือคนตัวเล็ก แม่ค้า พ่อขาย ที่ส่วนใหญ่เริ่มต้นค้าขายจากสิ่งที่ตัวเองถนัด หรือสิ่งที่ตัวเองรัก จุดนี้เองที่เป็นจุดแข็งที่ยักษ์ไม่มี เพราะยักษ์ส่วนใหญ่เริ่มจากการทำสิ่งที่ตลาดตัองการ ยักษ์จึงต้องลงทุนสูงทั้ง ทุนด้านเครื่องไม้เครื่องมือเครื่องจักร ทุนด้านคนด้านบุคลากร แต่ เอสเอ็มอี ลงแค่ "ใจ" กับ "ทักษะ" ความถนัดของตัวเอง ในการเริ่มต้นธุรกิจ ใช้ทักษะความถนัดให้เต็มที่ แล้วหมั่นเติมความรู้ สร้างแรงบันดาลใจสม่ำเสมอ ก็จะช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้
SMEs คือคนตัวเล็ก แม่ค้า พ่อขาย ที่ส่วนใหญ่เริ่มต้นค้าขายจากสิ่งที่ตัวเองถนัด หรือสิ่งที่ตัวเองรัก จุดนี้เองที่เป็นจุดแข็งที่ยักษ์ไม่มี เพราะยักษ์ส่วนใหญ่เริ่มจากการทำสิ่งที่ตลาดตัองการ ยักษ์จึงต้องลงทุนสูงทั้ง ทุนด้านเครื่องไม้เครื่องมือเครื่องจักร ทุนด้านคนด้านบุคลากร แต่ เอสเอ็มอี ลงแค่ "ใจ" กับ "ทักษะ" ความถนัดของตัวเอง ในการเริ่มต้นธุรกิจ ใช้ทักษะความถนัดให้เต็มที่ แล้วหมั่นเติมความรู้ สร้างแรงบันดาลใจสม่ำเสมอ ก็จะช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้
5. ต้องมีแรง กดดัน สร้างพลังความสำเร็จ
พลังความสำเร็จมากจากแรงกดดันในชีวิต เคยสังเกตุไหมครับว่า คนที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่ ล้วนมีประวัติที่ยากลำบาก หรือมีความขาดแคลน ในวัยเด็ก วัยหนุ่มสาว แรงกดดันเหล่านี้มักเป็นพลังฝังลึกอยู่ภายใต้จิตสำนึกที่ผลักดันตลอดเวลา ให้อึดสู้ อดทน และมุ่งมั่น ซึ่ง แรงกดดันที่สร้างพลังเช่นนี้ เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้ เอสเอ็มอี เอาชนะอุปสรรคต่าง ๆ รวมทั้งมีพลังในการมุ่งมั่นต่อสู้กับยักษ์ อย่างมีเป้าหมายที่ความสำเร็จ... สร้างพลังความสำเร็จ ให้เกิดในตัวคุณให้ได้...
6. ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ได้เร็ว ทันเหตุการณ์ เพื่อตอบสนองเป้าหมาย
6. ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ได้เร็ว ทันเหตุการณ์ เพื่อตอบสนองเป้าหมาย
เอสเอ็มอี ควรมีกลยุทธ์การตลาด ที่มีความยืดหยุ่นสูง เพราะการเป็น ผู้ประกอบการ sme ที่มีขนาดของกิจการเล็กกว่า ทำให้มีการปรับตัวได้เร็ว สามารถปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ และวิธีการได้รวดเร็ว ทันทีทันใด โดยเฉพาะกลยุทธ์ทางการตลาดในปัจจุบัน หลายครั้งที่ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี จำเป็นต้องใช้วิธีที่เป็นอุบาย เข้ามาใช้มากขึ้น โดยยึดผลลัพธ์ความสำเร็จในการบรรลุเป้าหมายเป็นสำคัญ ตัวอย่าง การใช้ viral marketing ในเชิงลบเพื่อสร้างกระแสให้กับสินค้าหรือบริการ
7. เคลื่อนกองทัพน้อยด้วยพลังการมีส่วนร่วม
จริงอยู่ที่ SMEs มีจำนวนผู้คนในกิจการไม่มาก ส่วนใหญ่การวางแผนเป้าหมายต่าง ๆ ล้วนอยู่ในมือของเจ้าของกิจการทั้งสิ้น ลูกจ้าง ลูกน้อง จึงไม่ค่อยมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อน หากเราสามารถเปลี่ยนพลังเล็ก ๆ ของพวกเขา มาเป็นส่วนหนึ่งของพลังในการขับเคลื่อนกิจการ ความร่วมมือต่าง ๆ ในการทำงานจะทำให้งานบรรลุเป้าหมายได้เร็วขึ้นอย่างมาก "กฎที่เหมาะสม คือ ความเสมอภาค และความสม่ำเสมอ"
8. เดินสู่ความสำเร๋็จ ร่วมกับ ที่ปรึกษาที่ดี
8. เดินสู่ความสำเร๋็จ ร่วมกับ ที่ปรึกษาที่ดี
เพราะการเดินทางยังต้องมีแผนที่นำทาง เล่นกีฬายังต้องมี โค๊ช ที่ดี การทำธุรกิจก็เปรียบเสมอการเดินทาง เหมือนการเล่นกีฬา การจะเอาชนะ และเดินทางสู่ความสำเร็จจึงจำเป็นต้องมี แผนที่เดินทาง นั่นก็คือ แผนธุรกิจ หรือ business model canvas ต้องมีคู่มือการใช้เทคโนโลยี่ จำเป็นต้องมีการติดตามตรวจสอบ และวางแผน เพื่อให้ธุรกิจยังคงเดินอย่างราบรืน ด้วยการมี โค๊ช มีที่ปรึกษา ที่มีความชำนาญเฉพาะช่วยให้คำปรึกษาแนะนำ และวิเคราะห์ สรุปทางออกหรือช่องทางสำหรับธุรกิจ
8 กฎเพื่อเอาชนะยักษ์ เป็นแนวทางให้ sme ให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี รายเล็ก รายย่อย ได้ใช้เป็นแนวทางในการปรับทิศเปลี่ยนทางกิจการให้ประสบความสำเร็จ
**********************************************
ติดตามบทความได้เป็นประจำที่ blog นี้ SMEs ME FAN ครับ
ฝากติดตาม Fan Page FB: SmeMeFan
หรือความเคลื่อนไหว เอสเอ็มอี ที่ FB:veerayuth.kung (อ.วีระยุทธ เชื้อไทย)
แนะนำติชมได้ที่ veerayuth99@gmail.com
**********************************************
ติดตามบทความได้เป็นประจำที่ blog นี้ SMEs ME FAN ครับ
ฝากติดตาม Fan Page FB: SmeMeFan
หรือความเคลื่อนไหว เอสเอ็มอี ที่ FB:veerayuth.kung (อ.วีระยุทธ เชื้อไทย)
แนะนำติชมได้ที่ veerayuth99@gmail.com

